ตัวแทนขายประกันชีวิต ที่ปรึกษาวางแผนสุขภาพและการเงิน


ตัวแทนขายประกันชีวิต ที่ปรึกษาวางแผนสุขภาพและการเงิน ขายประกันชีวิต ประกันคุ้มครองชีวิต ถ้าไม่มีประกัน! ป่วยแต่ละที ต้องเตรียมเงินเท่าไร คุ้มครองเหมาจ่ายทำงานหนัก ไม่มีเวลาดูแลตัวเองมีเงินคืนระหว่างสัญญา

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังของ ปี 2565 แล้ว นอกจากจะเป็นช่วงเช็กดวงว่าราศีไหนดวงรุ่ง งานปัง เงินดี ยังต้องมาเช็กกันว่าค่ารักษาพยาบาลของโรคต่าง ๆ จะขยับขึ้นให้ใจหายใจคว่ำกันอีกหรือไม่ รวมถึงค่าห้องพักของโรงพยาบาลที่ขยับขึ้นแทบทุกปี เพราะเรื่องของสุขภาพต้องมองให้รอบด้านและวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ หากเจ็บป่วยขึ้นมาไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษา ก็อาจใจหายยิ่งกว่าเช็กดวงอีก แล้วมีโรคฮอตฮิตอะไรบ้างนะที่ต้องเช็กค่ารักษาเพื่อเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมกับอัปเดตค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานโรงพยาบาล ที่เมืองไทยประกันชีวิตอัปเดตมาให้ ตามมาดูกันเลย

โรคมะเร็ง
แน่นอนว่าอันดับแรกของโรคฮอตฮิตที่คนไทยป่วยเป็นอันดับ 1 ก็คือโรคมะเร็ง ซึ่งข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเฉลี่ยวันละ 221 ราย หรือคิดเป็น 80,665 รายต่อปี และพบผู้ป่วยรายใหม่จากมะเร็งเฉลี่ยวันละ 336 ราย หรือคิดเป็น 122,757 รายต่อปี และนอกจากจะเป็นอันดับหนึ่งของโรคที่คนไทยป่วยมากที่สุดแล้ว ค่ารักษาของโรคมะเร็งก็แพงมากเช่นกัน เพราะต้องรักษาต่อเนื่องตามอาการ และใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีรักษาที่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายที่ตายตัวได้ มาดูกันว่าค่ารักษาโดยประมาณของโรคมะเร็งเท่าไรต้องเตรียมเงินไว้กันบ้าง

มะเร็งเต้านม ค่ารักษาประมาณ 69,300 บาท
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ค่ารักษาประมาณ 103,000 บาท
มะเร็งปอด ค่ารักษาประมาณ 141,100 บาท
มะเร็งปากมดลูก ค่ารักษาประมาณ 144,400 บาท
มะเร็งหลอดอาหาร ค่ารักษาประมาณ 150,800 บาท
มะเร็งต่อมลูกหมาก ค่ารักษาประมาณ 184,400 บาท

*หากรักษาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ค่ารักษาประมาณ 1,752,660 บาท

หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

โรคหัวใจ
ขาดไม่ได้เลยกับโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่ติด 1 ใน 3 ของโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุด ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 58,681 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 7 คน ซึ่งสาเหตุที่คนไทยป่วยโรคหัวใจกันมาก มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ความเครียด ไม่ออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ กินอาหารฟาสต์ฟู้ด ฯลฯ ที่สำคัญโรคหัวใจยังมีค่ารักษาเป็นหนึ่งในโรคที่มีค่ารักษาสูงมาก ซึ่ง สถาบันโรคทรวงอก ได้กำหนดค่ารักษาโดยประมาณไว้ดังนี้

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด ค่ารักษาโดยประมาณ 43,000 – 275,000 บาท
การทำบอลลูน ค่ารักษาโดยประมาณ 76,000 – 139,000 บาท
ผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ค่ารักษาโดยประมาณ 124,000 – 503,000 บาท
ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ค่ารักษาโดยประมาณ 18,000 – 436,000 บาท

หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

โรคไต
มาดูที่โรคไตกันบ้าง ซึ่งปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน โดยเป็นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ต้องรับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องมากกว่าหนึ่งแสนคน และมีแนวโน้มว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น 15-20% ต่อปี ซึ่งโรคไตนอกจากจะเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว ยังมากับโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเก๊าท์ หรือหากคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคไต ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน และหากป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็อาจทำให้ทรุดได้หากไม่เตรียมพร้อมไว้ เพราะต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไร

ค่าฟอกเลือด ครั้งแรก ครั้งละ 3,400 บาท (รวมค่าแพทย์) (คิดค่าเปิดใช้ตัวกรองครั้งแรก 1,200 บาท)
ค่าฟอกเลือด ครั้งต่อไป ครั้งละ 2,200 บาท
ค่าฟอกเลือด (ICU) ครั้งละ 4,700 บาท

หากฟอกเลือดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2,200 บาท ต้องจ่ายเดือนละ 8,800 บาท หรือในกรณีที่ต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2,200 บาท ต้องจ่ายถึงเดือนละ 26,400 บาท

หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานโรงพยาบาล
เมื่อทราบค่ารักษาของแต่ละโรคแล้ว ตัวแทนขายประกันชีวิต ก็ต้องตามมาดูกันว่าค่าห้องโรงพยาบาลต้องเตรียมค่าใช้จ่ายไว้เท่าไร ราคาแรงจนใจเจ็บหรือไม่ ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตได้อัปเดตค่าห้องเดี่ยวมาตรฐานโรงพยาบาลไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกและเตรียมความพร้อมไว้

โรงพยาบาลราชวิถี ประมาณ 4,000 บาท/วัน
โรงพยาบาลรามาธิบดี ประมาณ 1,500 – 2,500 บาท/วัน
โรงพยาบาลศิริราช ประมาณ 3,000 บาท/วัน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประมาณ 5,000 บาท/วัน
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประมาณ 12,760 บาท/วัน
โรงพยาบาลวิภาวดี ประมาณ 4,360 บาท/วัน
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ประมาณ 7,255 บาท/วัน
โรงพยาบาลกรุงเทพ ประมาณ 11,300 บาท/วัน

หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะค่ารักษาแต่ละโรค หรือค่าห้องที่ต้องจ่ายยามเจ็บป่วย ต่างก็ต้องวางแผนให้รอบด้าน รวมไปถึงการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องเลือกความคุ้มครองสุขภาพมาช่วยดูแลเรื่องค่ารักษา ด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่ายจากเมืองไทยประกันชีวิต พร้อมดูแลคุณในทุกช่วงเวลาของชีวิต คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง มะเร็ง หัวใจ ไต โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ หมดกังวลทั้งค่าห้องและค่ารักษา

เลือกความคุ้มครองที่คุณต้องการ

D Health Plus คุ้มครอง 1 – 5 ล้านบาทต่อการรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง

Elite Health Plus คุ้มครอง 20 – 100 ล้านบาทต่อปี

= นอนห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล

= หากเจ็บป่วยหนัก ก็คุ้มครองค่าห้อง ICU แบบจ่ายตามจริง

= สมัครได้ถึงอายุ 11 – 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ถึงอายุ 99 ปี

= ซื้อความคุ้มครองเสริมพิเศษเพิ่มได้ ตรวจสุขภาพ ทำฟัน ดูแลสายตา หรือคุ้มครองคลอดบุตร

?? ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือนหรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

พลัสความคุ้มครองให้แผนการเงินไม่สะดุด

สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ ดี เฮลท์ พลัส และ อีลิท เฮลท์ พลัส ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

กรมการประกันภัยได้กำหนดลักษณะการใช้รถยนต์และอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันภัยรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ใหม่ โดยกำหนดให้ลักษณะการใช้รถจากเดิม “รับจ้าง/ให้เช่า” เป็น “รับจ้าง/ให้เช่า/สาธารณะ” พร้อมทั้งปรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถจักรยานยนต์ที่ลักษณะการใช้รถเพื่อ “รับจ้าง/ให้เช่า/สาธารณะ” ขนาด 75-125 ซีซี จาก 300 บาทต่อคันต่อปี เป็น 350 บาทต่อคันต่อปี ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 4/2548 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไป

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัยกล่าวว่า เดิมกระทรวงคมนาคมยังไม่มีการกำหนดประเภทรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร แต่ขณะนี้กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบกได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติรถยนต์(ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีการจดทะเบียน “รถจักรยานยนต์สาธารณะ” สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไป ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารที่ได้จดทะเบียนส่วนบุคคลมาก่อนหน้าที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนให้ถูกต้องภายในวันที่ 8 กันยายน 2548 ดังนั้น กรมการประกันภัยจึงได้กำหนดลักษณะการใช้รถและอัตราเบี้ยประกันภัยในการทำประกันภัยรถจักรยานยนต์สาธารณะไว้ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรถยนต์ดังกล่าว

นางสาวพจนีย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไป เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ประสงค์จะใช้รถเพื่อรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ซึ่งนอกจากจะต้องจดทะเบียนเป็น “รถจักรยานยนต์สาธารณะ” ตามกฎหมายของกระทรวงคมนาคมแล้ว จะต้องจัดทำประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ตามลักษณะการใช้รถและอัตราเบี้ย ประกันภัยที่กำหนดขึ้นใหม่ด้วย เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้ประสบภัยจากรถกรณีเกิดอุบัติเหตุ

หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัยรถ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมการประกันภัย โทร.02-547-4524 หรือสายด่วนประกันภัย 1186 กลุ่มคุ้มครองผู้เอา ประกันภัยเขตทุกเขตและสำนักงานประกันภัยจังหวัดทุกจังหวัด

กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร ขยายความคุ้มครองถึงภัยจลาจล การนัดหยุดงาน หรือการก่อการร้าย ให้กับประชาชน ข้าราชการพลเรือน และลูกจ้างประจำใน 5 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งปกติเป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัย

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่ากรมธรรม์ประกันภัย อุบัติเหตุเอื้ออาทรได้ขยายความคุ้มครองของการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรเพิ่มเป็นพิเศษสำหรับประชาชนทั่วไปที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา รวมถึงข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างประจำ(ยกเว้นทหารและตำรวจ) ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยคำสั่งของต้นสังกัดอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดดังกล่าวด้วย โดยกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรจะให้ความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง อันเนื่องมาจากภัย การก่อการร้าย การจลาจล และการนัดหยุดงานด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ขยายช่องทางการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะซื้อประกันภัยดังกล่าว โดยสามารถซื้อได้ที่อาสาสมัคร ประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย เพิ่มจากเดิมที่ประชาชนสามารถ ซื้อกรมธรรม์ดังกล่าวผ่านทาง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สาขาบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้นแก่ประชาชนที่ต้องการซื้อประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร กรมการประกันภัยอยู่ในระหว่างการเจรจาให้มีการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ เอื้ออาทรผ่านทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นอีกด้วย

อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับสถิติการทำประกันภัยอุบัติเหตุ เอื้ออาทร ณ วันที่ 30 มีนาคม 2547 ขณะนี้มียอดผู้ทำประกันภัยทั้งสิ้นจำนวน 375,733 กรมธรรม์ โดยเป็นการซื้อผ่านกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 214,522 กรมธรรม์ ผ่านสาขาบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 121,514 กรมธรรม์ และจำนวนที่เหลือเป็นยอดการจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรสำหรับข้าราชการอีก 39,697 กรมธรรม์

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย เปิดเผยว่า จากการที่กรมการ
ประกันภัยได้จัดทำรูปแบบการประกันภัยอิสรภาพขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในการหาหลักประกันมาวางศาลเพื่อใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวแทนการใช้หลักประกันจากนายประกัน ซึ่งการประกันภัยอิสรภาพมี
2 รูปแบบ คือ การประกันภัยอิสรภาพก่อนกระทำความผิด ใช้กับบุคคลทั่วไป ให้ความคุ้มครองกรณี
ผู้เอาประกันภัยถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวในคดีอาญาในฐานความผิดอันเนื่องมาจากการกระทำโดยประมาท ค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 500 บาท – 1,000 บาท ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000
บาท และ การประกันภัยอิสรภาพหลังกระทำความผิด ใช้กับผู้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้ความ
คุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวในคดีอาญาในทุกลักษณะฐานความผิด ค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 5,000 บาท – 20,000 บาท ต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท
และนับตั้งแต่กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพได้เริ่มเปิดขายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2548 เป็นระยะเวลา 1 ปี ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากโดยได้มีการสอบถามข้อมูลมายังกรมการประกันภัยและมีการทำประกันภัยเพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด ซึ่งลักษณะคดีความผิดที่ประชาชนซื้อความคุ้มครองจากการประกันภัยอิสรภาพมาก 3 อันดับแรกได้แก่ คดีเช็ค คดีลักทรัพย์ และคดีการพนัน ขณะนี้มีจำนวนผู้เอาประกันภัยทั้งสิ้น จำนวน 27,061 ราย จำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 3,922.86 ล้านบาท แยกเป็นการทำประกันภัยแบบก่อนกระทำความผิด จำนวน 707 ราย จำนวนเงินเอาประกันภัย 150.57 ล้านบาท และการทำประกันภัยหลังกระทำความผิด จำนวน 26,354 ราย จำนวนเงินเอา ประกันภัย 3,772.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจาก 29 บริษัทจาก จำนวน 59 บริษัท ที่ได้รับความเห็นชอบ

นางสาวพจนีย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าประชาชนผู้ที่ตกเป็น
ผู้ต้องหาหรือจำเลยแล้ว มีการทำประกันภัยอิสรภาพใช้ในการประกันตัวได้ด้วยตนเองแทนการวิ่งเต้นหาหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ซึ่งนับว่าได้รับความสะดวก ทันเหตุการณ์และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเช่าหลักทรัพย์มาประกันตัว หรือต้องวิ่งเต้นหาผู้ค้ำประกัน จึงนับว่าการประกันภัยดังกล่าวนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐที่ จะดูแลคุ้มครองประชาชนให้ได้มีหลักประกันในชีวิตอีกทางหนึ่งนั่นคือการทำประกันภัย หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันภัยดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2547-4550 หรือสายด่วนประกันภัย 1186

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย ฝากเตือนผู้ขับขี่รถในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวันและมีปริมาณการใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกตินั้น โดยในเดือนเมษายน 2548 นี้จะมีวันหยุดติดต่อกันคือ ตั้งแต่วันที่ 13 – 17 เมษายน ซึ่งคาดว่าจะมีรถออกต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับทุกปี กรมการประกันภัยมีความห่วงใยต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่าน ขอฝากเตือนให้ผู้ขับขี่รถ ทุกท่านเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะขับขี่ พร้อมทั้งงดเครื่องดื่มประเภทมึนเมา และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นด้วย

เพื่อบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุบัติเหตุ ขอแนะนำให้รถทุกคันทำประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันภัยรถภาคบังคับ ซึ่งจะสามารถให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุจากรถ โดยในกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่เกิดขึ้นจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท/ราย และถ้าเสียชีวิต หรือ สูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพถาวร จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 100,000 บาท/ราย หากผู้เป็นเจ้าของรถที่ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยรถภาคบังคับจะมีโทษปรับตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องการจะได้รับความคุ้มครองรวมถึงทรัพย์สินด้วย ควรทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 1-4 อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัยรถภาคสมัครใจทั้ง 4 ประเภท ดังนี้

1. ประเภท1 (ชั้น 1) ให้ความคุ้มครอง 4 ความคุ้มครอง ดังนี้
– ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถคันเอาประกันภัย
– ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถคันเอาประกันภัย
-ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถคันเอาประกันภัย

2. ประเภท 2 (ชั้น 2) ให้ความคุ้มครอง 3 ความคุ้มครอง ดังนี้
– ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
– ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของรถคันเอาประกันภัย

3. ประเภท 3 (ชั้น 3) ให้ความคุ้มครอง 2 ความคุ้มครอง ดังนี้
– ความรับผิดต่อร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
– ความรับผิดต่อร่างกาย หรืออนามัยของบุ- ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก คคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก

4. ประเภท 4 (ชั้น 4) ให้ความคุ้มครอง 1 ความคุ้มครอง ดังนี้ 4. ประเภท 4 (ชั้น 4) ให้ความคุ้มครอง 1 ความคุ้มครอง ดังนี้
– ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการขับรถอย่าประมาทขับขี่รถขณะเมาสุราโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น หากมีข้อสงสัยประการใดโปรดสอบถามไปยังกรมการประกันภัย โทร 0-2547-4524 หรือ สายด่วนประกันภัย 1186 ส่วนคุ้มครองผู้เอาประกันภัยทุกเขต และสำนักประกันภัยจังหวัดทุกจังหวัดตลอดเวลาราชการ

เสริมความมั่นใจไปกับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

ไม่ว่าอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ

*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You

พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ

เสริมความมั่นใจไปกับ เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่ายครึ่งล้าน(1) เบี้ยวันละไม่ถึง 42 บาท(2)

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ ทั้งชดเชยรายวัน คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก OPD หรือคุ้มครองโรคร้าย Multiple CI ก็เลือกได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหรือสูญเสียรายได้หากต้องลาหยุด เลือกจ่ายแบบรายเดือนได้สบาย ๆ ตามที่ไหว

คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง 500,000 บาท(1)
ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน(1) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU
คุ้มครองเยอะขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เลือกจ่ายแบบรายเดือนก็ได้
ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

(1) สำหรับแผนความคุ้มครอง 3 โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

(2) สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง 30 ปี เลือกแผนความคุ้มครอง 3 และชำระเบี้ยประกันรายปี

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ แบบ เอ็กตร้าแคร์ (N)
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *