ประกันกลุ่ม เมืองไทยประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันคุ้มครองชีวิต


ประกันกลุ่ม เมืองไทยประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันคุ้มครองชีวิต ประกันตลอดชีพ ประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษี ลดหย่อนภาษีสูงสุด ประกันบำนาญ ประกันชั่วระยะเวลา ออมเงินระยะสั้น ออมเงินระยะสั้นดอกเบี้ยสูง ออมเงินระยะยาว วางแผนเกษียณ ตะกาฟุล ตะกาฟุลเมืองไทย ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ประกันโรคร้ายแรง สร้างมรดก ประกันชีวิตเพื่อสร้างมรดก

Unite Linked UDesign Elite Health Plus DHealth Plus เมืองไทยยูแอลพลัส UL Plus เมืองไทยประกันชีวิต ประกันโรคร้ายแรง

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 1 จัดส่งเจ้าหน้าที่ในจังหวัดใกล้เคียงเข้าไปเสริมการทำงานของสำนักงาน คปภ.จังหวัดตาก เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และในโอกาสนี้สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ สำนักงาน คปภ. จะให้ความช่วยเหลือด้วยความเป็นธรรม และจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ และอยากฝากเตือนถึงผู้ประกอบการ ที่มีแรงงานเป็นชาวต่างด้าวและได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้จัดทำประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ใช้แรงแรงต่างด้าว เพื่อแสดงถึงความห่วงใยและความปรารถนาดีของท่าน และเป็นสวัสดิการที่ให้ความคุ้มครองทั้งกรณีเสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพถาวร จากอุบัติเหตุ กรณีถูกลอบฆาตกรรมทำร้าย และยังมีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุให้กับแรงงานของท่านอีกด้วย ซึ่งสำนักงาน คปภ.จะเร่งหารือกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำ MoU เพื่อผลักดันให้มีการนำเอาระบบประกันภัยเข้าไปบริหารความเสี่ยงภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงานต่างด้าวอีกด้วย ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยสามารถติดต่อมาที่สายด่วน คปภ. 1186 และสำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยว ควรขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท เตรียมสภาพร่างกายและตรวจสภาพรถให้พร้อม รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นประชาชนจึงควรให้ความสำคัญในเรื่องของการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในฐานะที่สำนักงาน คปภ. เป็นหนึ่งในคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวน ซึ่งได้มีการบูรณาการทำงานในเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง แต่สถิติการเกิดอุบัติเหตุของประเทศไทยก็ยังติดอันดับต้นๆ ดังจะเห็นได้จากสถิติล่าสุดของการเกิดอุบัติเหตุการบาดเจ็บ และเสียชีวิต ในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ในปี 2560 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 พบว่าปี 2560 เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,690 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2559 จำนวน 243 ครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 7.05% ส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้จากสถิติในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 พบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ร้อยละ 79.44 โดยไม่ใส่หมวกนิรภัยร้อยละ 48.69 และหนึ่งในสถิติที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ รถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ถึงร้อยละ 48

ดังนั้นสำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบจึงมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนระบบประกันภัยให้เข้าไปมีบทบาทในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ประชาชนและทุกภาคส่วน โดยร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในปีนี้สำนักงาน คปภ. ได้มีการนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ได้มีการเปิดตัว“กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ (ประกันภัย 10 บาท) (ไมโครอินชัวรันส์)” ซึ่งให้ความคุ้มครองกับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 ด้วยเบี้ยประกันภัยถูกที่สุดเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท มีระยะเวลาความคุ้มครอง 1 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่โครงการนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างดียิ่ง โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าร่วมโครงการแล้ว 9 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) , บริษัท เทสโก้ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด , บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด , หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่ , บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ,บริษัท แบล็ค แคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ออร์ก้า (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการและนำไปมอบให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าอุปโภคหรือบริการตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการและแต่ละรายกำหนด โดยจะไม่มีการบวกค่าเบี้ยประกันภัยเข้าไปในราคาสินค้าหรือการให้บริการของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 สำนักงาน คปภ.ได้ Road Show กรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท ที่เทสโก้ โลตัส สาขาประชาชื่น และที่เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสาธิต PIM ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก รวมทั้งในวันที่ 8 เมษายน 2561 สำนักงานคปภ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมประกันภัยร่วมกันจัดงาน “คปภ.ลดความเสี่ยง สู่ชุมชน” เพื่อให้ความรู้ด้านการป้องกันความเสี่ยงภัยและแจกหมวกนิรภัยให้กับประชาชน รวมทั้งแนะนำกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาทอีกด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจัดงาน “สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ” เพื่อมอบความห่วงใยให้กับประชาชน ซึ่งภายในงานได้มีการมอบหมวกนิรภัยให้กับเด็กนักเรียนและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งได้ให้บริการตรวจเช็ค เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และเปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากครอบครัว ฉัตรบริรักษ์ ซึ่งประกอบด้วย คุณบอย ปกรณ์ คุณแม่งามทิพย์ และน้องวันใหม่ เป็นศิลปินรับเชิญเข้าร่วมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังได้พัฒนากรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ ทั้งประกันภัย 100 และประกันภัย 222 ที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล กรณีเสียชีวิต สูงสุด 100,000 บาท ซึ่งเดิมเป็นกรมธรรม์ประกันภัยที่มีขายเฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาว (ปีใหม่ หรือสงกรานต์) เท่านั้น สำหรับในปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือประชาชนสามารถซื้อกรมธรรม์เหล่านี้ได้ตลอดทั้งปี นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป โดยสามารถหาซื้อได้ที่ช่องทางจำหน่ายต่างๆใกล้บ้าน เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิสที่อยู่ในเซเว่นอีเลฟเว่น, เทสโก้โลตัส, ไปรษณีย์ไทย และทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ รวมถึงตัวแทนนายหน้าของบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในส่วนของสำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย (Regulator) ก็ได้ให้ความสำคัญกับการนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงในชีวิตให้กับพนักงาน คปภ.เช่นกัน จึงได้ให้มีการจัดทำประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ หรือประกันภัย 10 บาท ให้กับพนักงาน คปภ.ทุกคนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้เรียบร้อยแล้ว

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยว ควรขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท เตรียมสภาพร่างกายและตรวจสภาพรถให้พร้อม รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญก่อนการเดินทางควรตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยและวันหมดอายุของการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ทุกครั้ง แม้ว่าการทำประกันภัยไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การบริหารความเสี่ยงเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดอุบัติเหตุแล้ว การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย (วันที่ 11 – 17 เมษายน 2561) สำนักงาน คปภ. ได้จัดประชุม Video Conference ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 1-9 ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับจัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งกำชับให้จังหวัดทั่วประเทศ ประสานเครือข่ายประกันภัยในจังหวัด เฝ้าระวังและสนับสนุนข้อมูลด้านการประกันภัย และช่วยเหลือประชาชนด้านการประกันภัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที อีกทั้ง สำนักงาน คปภ. ได้มีการจัดทำ Platform ของการรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับไว้แล้ว นอกจากนี้ ได้เปิดให้บริการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทางสายด่วน คปภ. 1186 และสำนักงาน คปภ. ในส่วนภูมิภาค ได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด เพื่อให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลดังกล่าวด้วยเช่นกัน หรือสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงที่มาของการจัดทำโครงการ “คปภ. ลดความเสี่ยง สู่ชุมชน” ว่าทุกย่างก้าวของการดำรงชีวิตล้วนมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากภัยที่ไม่คาดคิด ความเสี่ยงภัยจากอุบัติเหตุในการเดินทาง ความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงภัยจากการประกอบอาชีพ หรือแม้แต่ความเสี่ยงภัยทางการเงิน ซึ่งแน่นอน ภัยต่างๆ ทำให้เกิดความสูญเสียและเสียหาย ทั้งต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย รวมถึงทรัพย์สิน ดังนั้นสำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ได้ดำเนินนโยบายและกำหนดกรอบทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2559 – 2563) ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัยให้กับประชาชนทุกระดับ สามารถใช้ระบบการประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการดูแลประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้จัดทำ “โครงการ คปภ. ลดความเสี่ยง สู่ชุมชน” โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยผ่านการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง

โดยการนำร่องโครงการฯ ในครั้งนี้ได้บูรณาการความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง สำนักงานเขตวังทองหลาง และวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงรุก และเพื่อลดความเสี่ยงภายในชุมชนด้วยการใช้ระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้ช่วยคิด พัฒนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดส่งต่อองค์ความรู้ด้านการประกันภัยให้เกิดขึ้นภายในชุมชนเพื่อร่วมเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจชุมชนของประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งสำนักงาน คปภ. และสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง โดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนกว่า 500 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ อปพร. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนในเขตวังทองหลาง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้งจากสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง สำนักงานเขตวังทองหลาง และวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยและหน่วยงานภาคเอกชน ทั้งจากบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และหน่วยงานภาคีเครือข่าย บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอไอเอ จำกัด บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ที่ได้ร่วมกันมอบ หมวกกันน๊อค กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ (ประกันภัย 10 บาท) และของที่ระลึกให้กับผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้งยังได้มีการมอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 30 สถานีตำรวจในเขตกรุงเทพฯ กว่า 5,500 นาย

“โครงการ คปภ. ลดความเสี่ยง ประกันกลุ่ม สู่ชุมชนถือเป็นโครงการนำร่องในเชิงรุกที่ขับเคลื่อนสำนักงาน คปภ.ไปสู่ประชาชน แทนที่จะรอให้ประชาชนเข้ามาติดต่อที่สำนักงาน คปภ. เอง ทั้งนี้มีเป้าหมายหลักที่ต้องการให้ผู้นำชุมชน รวมถึงตำรวจในท้องที่สามารถเป็นกระบอกเสียงให้สำนักงาน คปภ. ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการประกันภัยที่ครบวงจร ให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของประเทศ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยและสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย ตลอดจนสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในชีวิต และทรัพย์สินให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ก็จะได้แนะนำภารกิจและบทบาทหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. รวมถึงช่องทางการเข้าถึงบริการของสำนักงาน คปภ. เพื่อให้ประชาชนทราบและเกิดความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจะร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมในการพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้นและหากโครงการนำร่องนี้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนก็จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

>> เสริมความมั่นใจไปกับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

ไม่ว่าอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ

*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

>> เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You

พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ

>> เสริมความมั่นใจไปกับ เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่ายครึ่งล้าน(1) เบี้ยวันละไม่ถึง 42 บาท(2)

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ ทั้งชดเชยรายวัน คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก OPD หรือคุ้มครองโรคร้าย Multiple CI ก็เลือกได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหรือสูญเสียรายได้หากต้องลาหยุด เลือกจ่ายแบบรายเดือนได้สบาย ๆ ตามที่ไหว

คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง 500,000 บาท(1)
ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน(1) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU
คุ้มครองเยอะขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เลือกจ่ายแบบรายเดือนก็ได้
ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

(1) สำหรับแผนความคุ้มครอง 3 โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

(2) สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง 30 ปี เลือกแผนความคุ้มครอง 3 และชำระเบี้ยประกันรายปี

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ แบบ เอ็กตร้าแคร์ (N)
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *