ประกันคุ้มครองชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี


ประกันคุ้มครองชีวิต เมืองไทยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี ตัวแทนประกันชีวิต ที่ปรึกษาวางแผนสุขภาพและการเงิน 4 โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม คุณเสี่ยงแค่ไหน? …

เมื่อพูดถึงโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมนั้น เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังสงสัยว่า หากครอบครัวมีประวัติป่วยโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเหล่านี้ ลูกๆ หลานๆ รวมถึงตัวเราเองจะมีความเสี่ยงแค่ไหน? แม้จะซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ ไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงแล้วก็ตาม เมืองไทยประกันชีวิตมีข้อมูลมาแบ่งปันเช่นเคย

โรคมะเร็ง
มะเร็งเป็นโรคมีความซับซ้อน และมีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคได้ โดย 95 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ที่ป่วยโรคมะเร็งที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และอีก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น มะเร็งเต้านม และ มะเร็งรังไข่ ดังนั้น แม้ว่าเราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็อาจป่วยเป็นมะเร็งได้อยู่ดีหากครอบครัวมีประวัติ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาก้าวไกลไปมาก สามารถตรวจเช็กสุขภาพได้ตลอดเพื่อให้เราสามารถรับมือได้ทันท่วงที

โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมในการกินอาหาร เช่น กินอาหารที่มีแป้งและไขมันมาก หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปริมาณมาก และยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย และหากเป็นแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แถมยังพ่วงมาด้วยโรคแทรกซ้อนที่ทำให้สุขภาพทรุดเพิ่มได้ง่ายๆ หากป่วยเรื้อรังมานานหลายปี ซึ่งโรคเบาหวานจะแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ในที่นี้ชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้คือโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโอกาสเกิดมากกว่า โดยมีความเสี่ยงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ประมาณ 95 % ของผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด เกิดจากภาวะดื้ออินซูลินร่วมกับการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอ

โรคหัวใจ
โรคหัวใจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ โรคเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด เครียด รวมไปถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งจากสถิติพบว่า 1 ใน 200 คนที่เป็นโรคหัวใจมีสาเหตุจากพันธุกรรม โดยผลวิจัยระบุว่า ผู้ที่มีพี่น้องเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจก่อนวัยอันควร จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่าขึ้นไป ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายหากครอบครัวมีประวัติป่วยโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์และหมั่นเช็กสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงของโรค เพราะเมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะช่วยป้องกันอาการรุนแรงของโรคได้

โรคอัลไซเมอร์
โรคสุดท้ายคือโรคสมองเสื่อม หลายคนอาจเรียกว่าโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งโรคนี้สามารถเกิดขึ้นกับคนที่อายุมากและคนที่อายุยังน้อยได้เหมือนกัน อาจแตกต่างกันตรงที่สาเหตุ เพราะผู้สูงอายุจะเป็นอัลไซเมอร์ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพหรือมีส่วนเสียหายของสมอง แต่อัลไซเมอร์ในวัยรุ่นหรือวัยกลางคนจะเกิดจากพันธุกรรมเป็นหลัก ซึ่งคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการถ่ายทอดทางพันธุกรรมนั้นจะมีพ่อแม่ที่เป็น “โรคอัลไซเมอร์ ชนิดเกิดก่อนวัย” ที่มีค่าความเสี่ยงถึงร้อยละ 50 ซึ่งถือว่าสูงมาก และเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเรามีความเสี่ยงโรคนี้หรือไม่ ควรตรวจเช็กสุขภาพตัวเองและของครอบครัวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคร้าย

สำหรับคนที่ครอบครัวมีประวัติสุขภาพป่วยเป็นโรคร้าย ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่ การซื้อประกันชีวิตและสุขภาพก็เป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงได้ ประกันคุ้มครองชีวิต ซึ่งหากจะตัดสินใจซื้อประกันชีวิตและสุขภาพก็ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันให้ชัดเจน ว่าคุ้มครองโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโรคใดบ้าง ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ได้ออกแบบสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบอีลิท เฮลท์ ที่ครอบคลุมทั้งการรักษาโรคร้ายแรง โรคทั่วไป และโรคระบาดตามฤดูกาล ให้คุณคลายกังวลทุกความเสี่ยงของเรื่องสุขภาพ

หมายเหตุ

สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่เท่านั้น
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

คปภ. เผยตัวเลขธุรกิจประกันภัยไตรมาสแรก ปี 54

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีการขยายตัวอย่างเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 13.52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง รวมทั้งสิ้น จำนวน 111,783 ล้านบาท เป็นของธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 76,567 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.45 และธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวน 35,216 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อย 15.91

ทั้งนี้ ไตรมาสแรกของปี 2554 ธุรกิจประกันภัยมีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งสิ้น 27,252,213 ราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 7.77 โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยรวมทั้งสิ้น 28,719,096 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.08 แยกเป็นกรมธรรม์ของธุรกิจประกันชีวิต 17,181,746 ราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.80 มีจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่ากับ 7,170,797 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.01 และเป็นกรมธรรม์ของธุรกิจประกันวินาศภัย 10,070,467 ราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.74 มีจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่ากับ 21,548,299 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.24

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากธุรกิจประกันภัยมีการเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าสิ้นปี จะทำให้สัดส่วนการทำประกันภัยต่อ GDP อยู่ที่ระดับ 4.21 และภายในปี 2557 จะมีสัดส่วนการทำประกันภัยต่อ GDP เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 6 ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายของสำนักงาน คปภ. ที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 2

คปภ. เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือการประกันภัยยางพารา

สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย และสมาคมยางพาราไทย พิจารณาแนวทางการจัดทำประกันภัยสำหรับอุตสาหกรรมยางพาราไทย รองรับสภาการณ์ปัจจุบัน

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้ประชุมร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย และสมาคมยางพาราไทย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการพิจารณาหาแนวทางการจัดทำการประกันภัยสำหรับอุตสาหกรรมยางพารา ให้เกิดความเหมาะสม และสอดคล้องกับลักษณะของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางพารา โดยการกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายของแต่ละประเภทโรงงานเพื่อลดความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการประชุมดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้ข้อสรุปการพิจารณาปรับปรุงมาตรการป้องกันความเสียหายสำหรับอุตสาหกรรมยางพารา โดยแยกตามกลุ่มโรงงาน ได้แก่ โรงงานแผ่นรมควัน โรงงานยางแท่ง และโรงงานทำน้ำยางข้น ทั้งนี้ หากกลุ่มโรงงานดังกล่าว ได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้ บริษัทประกันภัยจะสามารถรับประกันภัยได้

สำหรับ การรับประกันภัยเต็มจำนวนมูลค่าทรัพย์สินอันเป็นผลจากยางพาราที่สูงขึ้นตามภาวะตลาด หากโรงงานใดมีมาตรการป้องกันความเสียหายที่ครบถ้วนแล้ว บริษัทประกันภัยก็จะสามารถรับประกันภัยได้เต็มจำนวนมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งในเบื้องต้น สมาคมยางพาราไทยจะส่งรายชื่อสมาชิกฯ ให้กับสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อดำเนินการสำรวจภัย และแนะนำมาตรการป้องกันความเสียหาย เพื่อกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการเป็นรายๆ ไป

เลขาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ยินดีให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัย แก่ประชาชนและผู้ประกอบการด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ดังนั้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับความเดือดร้อนด้านการประกันภัย สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์บริการด้านการประกันภัย สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186 ทั่วประเทศ

สำนักงาน คปภ. โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง

เปิดโครงการหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.)

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดโครงการหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) โดยได้รับเกียรติจาก ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการอบรม และกล่าวปาฐกถาพิเศษ

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ได้จัดโครงการหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายสังคมผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการพัฒนาธุรกิจประกันภัยให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับ สร้างวินัยในการออม เกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจประกันภัยว่า การประกันภัยสามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันภัยและธนาคาร ผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนหรือองค์กรสาธารณะ เป็นต้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง หมายเลขโทรศัพท์ 0-2515-3999 ต่อ 7611 หรือ E-mail Address : OICAII @ oic.or.th หรือสายด่วนประกันภัย 1186

คปภ. แนะประชาชนทำความเข้าใจก่อนซื้อประกันภัยสุขภาพ

สำนักงาน คปภ. แนะประชาชนทำความเข้าใจถึงความคุ้มครองด้านการทำประกันภัยสุขภาพ เพื่อให้เหมาะสมและตรงตามความต้องการของผู้เอาประกันภัย

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีการเติบโตสูงขึ้น เนื่องจากธุรกิจประกันภัยมีการส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยสู่ประชาชน การแข่งขันพัฒนาช่องทางการจำหน่าย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านการประกันภัยสุขภาพ พบว่ามีจำนวนผู้ทำประกันภัยมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ การประกันภัยสุขภาพเป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากโรคภัย ดังนั้น สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่จะซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ ขอให้ศึกษาดูรายละเอียด และเงื่อนไขกรมธรรม์ตลอดจนเอกสารแนบท้ายให้เข้าใจ ว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ เพื่อประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัยเอง

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในธุรกิจประกันภัยมีบริษัทประกันสุขภาพ จำนวน 5 บริษัท ซึ่งสามารถขายได้เฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพเท่านั้น ไม่สามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นได้ เช่น ไม่สามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หรือการประกันอัคคีภัย ดังนั้น หากพบว่ามีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่น ถือว่าบริษัทมีความผิดและจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186

คปภ. เผยตัวเลขการรับประกันชีวิต จำแนกตามช่องทางการจำหน่าย

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

(คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตมีการแข่งขันที่สูงขึ้น มีการวางแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด ผ่าน ช่องทางการขายที่มีอยู่ทุกช่องทาง เพื่อให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ซึ่งจากรายงานการรับประกันชีวิตจำแนกตามช่องทางการขาย พบว่าเดือนมีนาคม 2554 มีการขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทางการขายต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 470,386 กรมธรรม์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 9.65 คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 309,870 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 26.26 โดยมีเบี้ยประกันภัย จำนวน 33,212 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 39.08

ทั้งนี้ การขายผ่านตัวแทนเป็นช่องทางการขายที่บริษัทประกันชีวิตขายได้มากที่สุด มีจำนวน 373,569 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 79.42 ของผู้ทำประกันชีวิตทั้งหมด โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 136,034 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันภัย 19,105 ล้านบาท โดย บจ.เอไอเอ มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดรองลงมา คือ การขายผ่านธนาคาร มีจำนวน 66,925 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.23 ของผู้ทำประกันชีวิตทั้งหมด โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 60,902 ล้านบาท และมีเบี้ยประกันภัย 11,448 ล้านบาท โดย บมจ.ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด การขายผ่านทางโทรศัพท์ มีจำนวน 16,678 กรมธรรม์ คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 21,277 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันภัย 1,203 ล้านบาท โดย บมจ.อยุธยาอลิอันซ์ ซี.พี. มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด การขายผ่านช่องทางอื่น เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ร้านสะดวกซื้อ มีจำนวน 11,663 กรมธรรม์ คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 69,340 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันภัย 795 ล้านบาท และการขายผ่านนายหน้า 1,551 กรมธรรม์ มีจำนวนเงินเอาประกันภัย 22,317 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันภัย 609 ล้านบาท

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการขายผ่านตัวแทนควบคู่กับช่องทางการขายผ่านธนาคาร โดยจะเห็นได้จากการสร้างตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคาร ประกอบกับสำนักงาน คปภ. ได้มีการจัดอบรมให้กับตัวแทนประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพตัวแทนประกันชีวิตสู่ความเป็นมืออาชีพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186

สำนักงาน คปภ. จัดอบรม แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย

และระบบสารสนเทศด้านการประกันภัย (I-SITE) ของประเทศสหรัฐอเมริกา

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเรื่อง แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและระบบสารสนเทศด้านการประกันภัย (I-SITE) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ร่วมกับสมาคมนายทะเบียนประกันภัย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2554 ณ สำนักงาน คปภ. เพื่อพัฒนาบุคลากรในสำนักงาน คปภ. ให้รับทราบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการประกันภัยที่ทันสมัยที่ใช้ในการตรวจสอบและกำกับธุรกิจประกันภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถนำมาปรับใช้ในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

คปภ. เผยตัวเลขเดือนเมษา ปี 54 ธุรกิจประกันภัยขยายตัวร้อยละ 13.58

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่าธุรกิจประกันภัยไทยในเดือนเมษายน 2554 ขยายตัวที่ร้อยละ 13.58 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 33,944 ล้านบาท โดยธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงจำนวน 23,016 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 11.99 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงจำนวน 10,928 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 17.08 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ 4 เดือนแรกของปี 2554 ธุรกิจประกันภัยขยายตัวร้อยละ 13.53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 145,727 ล้านบาท โดยแบ่งได้ดังนี้

• ธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 99,583 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.34 ทั้งนี้ เป็นการขยายตัวของการประกันชีวิตประเภทสามัญสูงสุดถึงร้อยละ 14.37 รองลงมาได้แก่ การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ร้อยละ 9.04

• ธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวน 46,144 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.18 ทั้งนี้ เป็นการขยายตัวของการประกันภัยเบ็ดเตล็ดสูงสุดถึงร้อยละ 20.53 รองลงมาได้แก่ การประกันภัยรถ ร้อยละ 15.91

เมื่อพิจารณาจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย พบว่าช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2554 ธุรกิจประกันภัย มีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรวมทั้งสิ้น 31,180,449 ราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.94 คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัย 36,627,997 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 25.38 แยกเป็นกรมธรรม์ของธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 17,389,935 ราย ขยายตัวร้อยละ 7.98 คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่ากับ 7,326,191 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 17.92 และเป็นกรมธรรม์ของธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวน 13,790,514 ราย ขยายตัวร้อยละ 12.50 คิดเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่ากับ 29,301,806 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 27.39

สำหรับการขยายตัวของสัดส่วนการทำประกันภัยต่อการเจริญเติบโตของประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 3.0 ส่งผลให้ให้ธุรกิจประกันภัยในไตรมาสที่ 1 ปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 13.52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 111,783 ล้านบาท และมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 4.08

เลขาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปี 2554 ธุรกิจประกันภัยจะสามารถขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 16.23 ซึ่งจะทำให้มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อ GDP อยู่ที่ระดับ 4.67 ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186

>> เสริมความมั่นใจไปกับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

ไม่ว่าอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ

*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

>> เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You

พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ

>> เสริมความมั่นใจไปกับ เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่ายครึ่งล้าน(1) เบี้ยวันละไม่ถึง 42 บาท(2)

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ ทั้งชดเชยรายวัน คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก OPD หรือคุ้มครองโรคร้าย Multiple CI ก็เลือกได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหรือสูญเสียรายได้หากต้องลาหยุด เลือกจ่ายแบบรายเดือนได้สบาย ๆ ตามที่ไหว

คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง 500,000 บาท(1)
ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน(1) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU
คุ้มครองเยอะขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เลือกจ่ายแบบรายเดือนก็ได้
ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

(1) สำหรับแผนความคุ้มครอง 3 โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

(2) สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง 30 ปี เลือกแผนความคุ้มครอง 3 และชำระเบี้ยประกันรายปี

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ แบบ เอ็กตร้าแคร์ (N)
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *