ประกันภัยรถยนต์ ประกันออนไลน์ สมัครประกันออนไลน์ ประกันชีวิต


ประกันภัยรถยนต์ ประกันออนไลน์ สมัครประกันออนไลน์ ประกันชีวิต สมัครประกันชีวิต สมัครประกันชีวิตออนไลน์ ประกันชีวิตออนไลน์ ขายประกันชีวิต

คปภ. ผนึกกำลังภาคธุรกิจประกันภัย จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย ประจำปี 2561 (CEO Insurance Forum 2018) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการประกันภัยในยุคดิจิทัล และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมประกันภัย รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านการประกันภัยผ่านการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงเพิ่มบทบาทของธุรกิจประกันภัยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่าการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัยได้มีการจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ซึ่งปีนี้จัดในวันที่ 25 เมษายน 2561 ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นเวทีในการสื่อสารทิศทางและนโยบายในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทย รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ อันแสดงถึงศักยภาพและความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยร่วมกันระหว่างสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การจัดงานใน 2 ปีที่ผ่านมาได้รับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและนำไปสู่การพัฒนากฎเกณฑ์ในหลายเรื่องให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาธุรกิจประกันภัย อาทิ การปรับปรุงกฎหมายแม่บทด้านการประกันภัยเกี่ยวกับการป้องกันการฉ้อฉลในธุรกิจประกันภัย การออกประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์การประกันภัยโดยใช้วิธีการอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560 การออกประกาศสำนักงาน คปภ. เรื่อง แนวทางการเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox) การพัฒนาแนวทางการตรวจสอบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Audit) เป็นต้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางและยุทธศาสตร์การกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยยุคดิจิทัลสู่แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด” โดยเลขาธิการ คปภ. ซึ่งเป็นการสรุปผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้สามารถรับมือกับปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น การประเมิน FSAP ในช่วงปลายปี 2561 การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม (Climate Change) ความรุนแรงของสงครามการค้า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมในการบริโภคของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมได้มอบทิศทางนโยบายการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ดังนั้นในปี 2561 จึงนับเป็นปีแห่ง “การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย
สู่มาตรฐานสากล” ด้วยกลยุทธ์ 10 ประการ กล่าวคือ ประการแรก กฎหมายต้องเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ประการที่สอง การกำกับต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ประการที่สาม ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบ ประการที่สี่ ยกระดับการคุ้มครองสิทธิผู้เอาประกันภัย ประการที่ห้า มุ่งเน้นธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ ประการที่หก ยกระดับการเข้าถึงระบบประกันภัย ประการที่เจ็ด เสริมสร้างขีดความสามารถบุคลากรประกันภัย ประการที่แปด ต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี ประการที่เก้า มุ่งสร้างความปลอดภัยจากไซเบอร์ และประการสุดท้าย เพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ได้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “Tangible and actionable potential approach to drive digital insurance” โดย Dr. Woody Mo ประธานบริษัท eBaoTech ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและได้มีการนำมาใช้ทั้งของภาคธุรกิจประกันภัย และของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย

ทั้งนี้การประชุม CEO Insurance Forum ในครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดจากผลการประชุมในครั้งที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่รวดเร็วอย่างก้าวกระโดด โดยเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจประกันภัยได้เริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจ หรือที่เรียกกันว่า “InsurTech” เพื่อสร้างมูลค่าให้กับการประกันภัย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ และการบริหารจัดการภายใน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่เห็นว่าอุตสาหกรรมประกันภัยเริ่มมี Reaction ต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและมีพัฒนาการหลายๆ อย่างเกิดขึ้น รวมทั้งมีกลุ่มบริษัท Startup ที่ได้พัฒนานวัตกรรม InsurTech ขึ้นมาหลายบริษัทแล้ว ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ดีมาก สำหรับการประชุมในปีนี้ได้กำหนดหัวข้อหลักของการจัดประชุม ภายใต้ธีม“Disruptive Technologies For The Future Insurance Industry” เพื่อให้มีการระดมความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการดำเนินการของธุรกิจประกันภัยและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีประเด็นต่อยอดจากผลการประชุมในปีที่ผ่านมา ที่ท้าทายและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในการประชุมกลุ่มย่อย 3กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มย่อยที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Open Data for Insurance Industry” เป็นเรื่องการสร้าง Platform ในการเปิดเผยข้อมูล หรือกำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งจากบริษัทประกันภัยด้วยกันเอง หรือจากบริษัทประกันภัยกับนายหน้าประกันภัย เพื่อให้ธุรกิจมีฐานข้อมูล สามารถแชร์ข้อมูลระหว่างกันและนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนา Application หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ ซึ่งประชาชนจะได้ประโยชน์ สามารถเลือกซื้อประกันภัยโดยการเปรียบเทียบแบบประกันภัย ความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัยได้ รวมถึงทราบถึงข้อมูลของตนเองว่าซื้อกรมธรรม์ประกันภัยอะไรบ้างและกับบริษัทใด โดยประเด็นหารือหลักคือการสร้างความเข้าใจในภาพรวมเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการเปิดเผยข้อมูล และการกำหนดกรอบการดำเนินการจัดทำมาตรฐานโครงสร้างข้อมูล และการจัดทำมาตรฐานการ
แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงการจัดทำร่างประกาศในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อม และการเผยแพร่มาตรฐานโครงสร้างข้อมูล และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ผู้สนใจได้รับทราบ เช่นกลุ่มบริษัท Startup / ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้สามารถนำไปต่อยอดสร้างเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้

กลุ่มย่อยที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Enhancing Insurance Industry Conduct of Business” เป็นประเด็นสืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่มีการหารือร่วมกันในเรื่องการควบคุมคุณภาพการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยในลักษณะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยในปีนี้ มุ่งเน้นถึงการติดตามและตรวจสอบคุณภาพการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของ คนกลางประกันภัยและการชำระเบี้ยประกันภัยโดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อธุรกิจประกันภัยอย่างยั่งยืน

กลุ่มย่อยที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Insurance Technology Assurance and Risk Management” สืบเนื่องจากการที่สำนักงาน คปภ. ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของบริษัทและสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยได้ ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาแนวทางการตรวจสอบเทคโนโลยี หรือ IT Audit ขึ้น โดยการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดี ที่ได้มีการสื่อสารให้ผู้บริหารระดับสูงของภาคธุรกิจรับทราบและตระหนักถึงความสำคัญและความเสี่ยงในการนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงชี้แจงแผนงานและแนวทางการตรวจสอบตามร่างคู่มือการตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ภาคธุรกิจประกันภัยเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่อไป

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ประกันภัยรถยนต์ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยให้มีการพัฒนาและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น สำนักงาน คปภ. จึงมีแนวคิดจะจัดตั้ง InsurTech Center of Thailand (ICT) เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลกลางแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีประกันภัยในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัย โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Startup และจะใช้กลุ่มส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการประกันภัยที่ตั้งขึ้นใหม่ในสำนักงาน คปภ.เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน ภายใต้ภารกิจหลักๆ 4 ประการ คือ ประการแรก ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัย ตลอดจนส่งเสริมให้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆด้านเทคโนโลยีประกันภัยเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย ประการที่สอง ส่งเสริมการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีประกันภัยในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ประการที่สาม สนับสนุนรูปแบบการเข้าถึงการประกันภัยของประชาชนและการใช้ความรู้แก่ประชาชนด้านประกันภัยผ่านเทคโนโลยีประกันภัย และประการที่สี่ เป็นเวทีระดมความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกลุ่มธุรกิจประกันภัยและกลุ่มเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech Startup) เพื่อนำนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์มาพัฒนาและต่อยอดธุรกิจประกันภัยของไทย ตลอดจนช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคด้านการประกันภัย

“การประชุม CEO Insurance Forum 2018 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมกลุ่มย่อยภายใต้ 3 หัวข้อหลัก ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มีความท้าทาย และเป็นประโยชน์ ต่อธุรกิจประกันภัย รวมถึงประชาชนเป็นอย่างมาก โดยทุกความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจะนำมาใช้แบบบูรณาการเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยให้มีการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถ รวมทั้งพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจประกันภัยในการขับเคลื่อนนโยบายการประกันภัยสู่ยุคดิจิทัล ทั้งนี้ กฎกติกาและการบริหารจัดการจะคำนึงถึงหลักการสำคัญ ได้แก่ ความสมดุล ความยืดหยุ่น และการปรับตัวให้เหมาะสม รวมทั้งการทำงานในเชิงรุก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไปในอนาคต” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาตลอด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนเพื่อให้มีการนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ

สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมาด้วยการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบริการสายด่วน คปภ. 1186 ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเตรียมรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยกับประชาชนผู้ประสบภัยได้ทันท่วงทีกรณีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมสั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 1-9 ติดตามและรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับสมาคม/บริษัทประกันภัย ให้รายงานข้อมูลให้ทราบอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ในช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าสถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยในปี 2561 เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,724 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 34 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.92 มีผู้เสียชีวิต 418 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,897 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด

สำหรับความเสียหายด้านการประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้รับรายงานล่าสุด ณ วันที่ 23 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น. ในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 มีอุบัติเหตุภัยเกิดขึ้น จำนวน 31,651 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 608,572,386.83 บาท จึงได้สั่งการให้บริษัทประกันภัยเร่งประเมินความเสียหายและจ่ายค่าสินไหมทดแทนด้วยความรวดเร็วเพื่อเป็นการให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย ได้มีประชาชนใช้บริการผ่านบริการสายด่วน คปภ. 1186 เป็นจำนวนมาก โดยประเด็นที่โทรศัพท์มาขอรับคำปรึกษาสูงสุด 3 อันดับ คือ สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ และตรวจสอบข้อมูลการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ว่าการทำประกันภัยไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดอุบัติเหตุแล้ว การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ และฝากเตือนถึงเจ้าของรถรวมถึงผู้ใช้รถขอให้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดและหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วยเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและครบวงจร และถ้ามีกำลังซื้อขอให้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มเติม เพื่อจะได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้นอย่างไรก็ตามสำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและเร่งประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งผู้ที่ได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินทุกท่านอย่างเต็มที่ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยสามารถติดต่อมาที่สายด่วน คปภ. 1186”

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีพัฒนาการที่เด่นชัดหลายประการ ทั้งในด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนผู้เอาประกันภัยมากขึ้น รวมถึงการยกระดับคุณภาพการให้บริการเพื่อพร้อมรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มเปิดเสรีมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยมีตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัย ณ สิ้นปี 2560 ทั้งสิ้น 544,989 ราย โดยเป็นตัวแทนประกันภัย จำนวน 294,373 ราย และนายหน้าประกันภัย จำนวน 250,616 ราย ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมาตัวแทน/นายหน้าประกันภัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี และแม้ว่าสำนักงาน คปภ. ได้มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด แต่ยังมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคนกลางประกันภัยอยู่มาก ดังจะเห็นได้จากปี 2559 สำนักงาน คปภ. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนกลางประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 178 ราย และในปี 2560 จำนวน 314 ราย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 76 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งข้อร้องเรียนหลักๆ คือ การได้รับชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยแต่ไม่ส่งบริษัทประกันภัย 232 ราย ขายผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ 45 ราย เสนอขายโดยบอกว่าเป็นการฝากเงิน 18 ราย แนะนำให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เดิม เพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่ 12 ราย และแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยปกปิดสาระสำคัญในใบคำขอเอาประกันภัย 7 ราย ซึ่งปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทประกันภัยยังมีช่องโหว่ในกระบวนการควบคุมการขายผลิตภัณฑ์ไม่มากก็น้อย

ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลและส่งเสริมให้กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. จึงจัดเวทีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงร่างประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย พ.ศ….เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561 ณ โรงแรม ดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นกว่า 170 คน จาก 5 สมาคม ได้แก่ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมธนาคารไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และภาคประชาชน วัตถุประสงค์ของการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการควบคุมการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านช่องทางเสนอขายทุกช่องทางที่มีคุณภาพชัดเจนและลดการใช้ดุลยพินิจในการกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล และเป็นมาตรฐานสากล เนื่องจากปลายปี 2561นี้ สำนักงาน คปภ. จะเข้ารับการประเมินการกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศไทย (Financial Sector Assessment Program: FSAP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล (Insurance Core Principles: ICPs) ของสมาคมผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยนานาชาติ (International Association of Insurance Supervisors: IAIS) โดยมาตรฐานสากลนี้จะประเมินประสิทธิภาพของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศนั้นๆ ว่าอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า การปรับปรุงประกาศ คปภ. ครั้งนี้ ครอบคลุมทุกช่องทางการขายตั้งแต่ตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ธนาคารพาณิชย์ เทเลเซลล์ และไปรษณีย์ไทย ส่วนช่องทางออนไลน์ทางอิเล็กทรอนิกส์จะยึดตามประกาศเสนอขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงาน คปภ. จะประกาศ ให้มีช่องทางอื่นๆเพื่อให้กฎหมายครอบคลุมช่องทางที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตอีกด้วย โดยการปรับปรุงประกาศฯได้มุ่งเน้นการยกระดับพฤติกรรมทางตลาดของระบบประกันภัย กำหนดให้บริษัทประกันภัยมีระบบในการควบคุมคุณภาพการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย มีการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมในกิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับผู้เอาประกันภัยและประชาชน อาทิ การออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และการจัดการเรื่องร้องเรียน โดยมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมในกิจกรรมดังกล่าว อีกทั้งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันภัย นายหน้าประกันภัย และธนาคารในการเสนอขายกรมธรรมประกันภัย ซึ่งบริษัทประกันภัยต้องมีหน้าที่ดูแล จัดการ ตรวจสอบ ติดตามปรับปรุง คุณภาพการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยในทุกช่องทางการเสนอขาย เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับพฤติกรรมทางการตลาดที่มีคุณภาพ มีความโปร่งใส เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้เอาประกันภัยด้วย

นอกจากนี้ ได้มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ICP 18 คนกลางประกันภัย (Intermediaries) คือ มีธรรมาภิบาลที่เหมาะสม มีการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยที่เหมาะสมและมีอำนาจในการดำเนินการกับบุคคลหรือองค์กรที่เป็นสื่อกลางหากพบว่าไม่มีใบอนุญาต และคนกลางประกันภัยต้องมีระดับความรู้และประสบการณ์รวมถึงคุณธรรมและประสิทธิภาพ อีกทั้ง เพื่อให้สอดคล้องมาตรฐาน ICP 19 พฤติกรรมการดำเนินธุรกิจ (Conduct of Business) โดยมีการกำหนดให้บริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม และได้มีการปรับปรุงมาตรการลงโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยการกำหนดมาตรการลงโทษตามลำดับชั้นของความผิด การประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้นำหลักการส่งให้แต่ละภาคส่วนช่วยกันพิจารณา และเป็นการให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายที่จะมีผลใช้บังคับในระยะเวลาอันใกล้นี้ พร้อมกับเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการเพื่อสำนักงาน คปภ. จะได้นำความคิดเห็นดังกล่าวไปปรับปรุงร่างประกาศฯ ต่อไป ทั้งนี้ ผู้แทนจากภาคธุรกิจดังกล่าวถือว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประสบผลสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ สามารถปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับสภาวการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัยอย่างเต็มที่และเป็นธรรม หลังจากนี้จะเสนอประกาศฯ เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ คปภ. ได้ช่วงกลางปี และจะมีการออกบทเฉพาะกาลให้ภาคธุรกิจประกันภัยได้มีเวลาปรับตัวประมาณหกเดือน ก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2562 ต่อไป

>> เสริมความมั่นใจไปกับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

ไม่ว่าอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ

*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

>> เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You

พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ

>> เสริมความมั่นใจไปกับ เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่ายครึ่งล้าน(1) เบี้ยวันละไม่ถึง 42 บาท(2)

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ ทั้งชดเชยรายวัน คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก OPD หรือคุ้มครองโรคร้าย Multiple CI ก็เลือกได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหรือสูญเสียรายได้หากต้องลาหยุด เลือกจ่ายแบบรายเดือนได้สบาย ๆ ตามที่ไหว

คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง 500,000 บาท(1)
ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน(1) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU
คุ้มครองเยอะขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เลือกจ่ายแบบรายเดือนก็ได้
ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

(1) สำหรับแผนความคุ้มครอง 3 โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

(2) สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง 30 ปี เลือกแผนความคุ้มครอง 3 และชำระเบี้ยประกันรายปี

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ แบบ เอ็กตร้าแคร์ (N)
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *