ประกันอุบัติเหตุ เมืองไทยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ


ประกันอุบัติเหตุ เมืองไทยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ สมัครประกันชีวิตออนไลน์ ประกันชีวิตออนไลน์ ขายประกันชีวิต ขายประกัน ตัวแทนประกันชีวิต

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นแก้ไขเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนของ บลจ.
วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 177 / 2557
ก.ล.ต. มีแนวคิดที่แก้ไขเกณฑ์เกี่ยวกับการดำรงความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้ บลจ. มีเงินกองทุนอย่างเพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการประกอบธุรกิจ และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ นอกจากนี้ เนื่องจากปัจจุบัน บลจ. สามารถยื่นคำขอเป็นทรัสตีได้ จึงเสนอให้กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับ บลจ. ที่มีปัญหาด้านฐานะเงินกองทุน ทั้งในด้านการแก้ไขฐานะเงินกองทุนและการจำกัดการประกอบธุรกิจครอบคลุมถึงการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทรัสต์ของ บลจ. ด้วย

หลักเกณฑ์ที่แก้ไขครอบคลุมขนาดของเงินกองทุนขั้นต่ำ ความเพียงพอของเงินกองทุน การจัดทำและยื่นแบบรายงานการดำรงความเพียงพอของเงินกองทุน การดำเนินการกรณี บลจ. ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ตามกำหนด

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th) จึงขอเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือโทรสาร 0-2695-9930 หรือทาง e-mail ที่ kengkat@sec.or.th จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2557

ก.ล.ต. ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 178 / 2557
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ที่จะว่างลง ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลโดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน และประสบการณ์อื่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงคุณลักษณะด้านธรรมาภิบาล ตลอดจนพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณที่ดี

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่วันที่ 5-23 มกราคม 2558 ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 2 คน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้เหลือ 1 คน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.

ในการนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายงานเลขาธิการ หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6003 หรือศึกษารายละเอียดและพิมพ์ใบสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th) โดยยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้ที่ อาคารสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ก.ล.ต. แจ้ง ABC แก้ไขงบการเงินงวดไตรมาส 3 ปี 2557
วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 179 / 2557
ก.ล.ต. แจ้งให้บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) (“ABC”) แก้ไขงบการเงินงวดไตรมาส 3 ปี 2557 และนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีแล้วต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยงบการเงินดังกล่าวต่อสาธารณชนภายในวันที่ 16 มกราคม 2558

สืบเนื่องจาก ABC หยุดดำเนินธุรกิจสิ่งทอและไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว โดยในระหว่างปี 2557 ABC ได้ขายสินทรัพย์และโอนส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าวไปเป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์ในงบกำไรขาดทุน ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดให้กิจการต้องโอนส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ดังกล่าวไปยังกำไรสะสม เมื่อเลิกใช้สินทรัพย์นั้น

ก.ล.ต. จึงแจ้งให้ ABC แก้ไขงบการเงิน และนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขที่ผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีแล้วต่อ ก.ล.ต. พร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชนภายในวันที่ 16 มกราคม 2558

OECD เร่งประเทศในเอเชียพัฒนาความร่วมมือจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการให้ความรู้การเงินแก่ประชาชนตลอดช่วงชีวิต
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 180 / 2557
ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนา OECD-Thailand Seminar on Financial Inclusion and Financial Literacy in Asia กับ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD)? ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรภาครัฐและเอกชนจาก 24 ประเทศเข้าร่วมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การให้ความรู้ด้านการจัดการเงิน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นพ้องและตกลงร่วมกันว่าจะเสริมสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกระดับมีทักษะและความรู้ด้านการจัดการการเงินส่วนบุคคลควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “เป็นโอกาสที่ดีที่ OECD เลือกประเทศไทยในการจัดประชุมครั้งนี้ เพราะปัญหาการไม่รู้การจัดการเงินของประชาชนไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง โดยเห็นผลได้จากการก่อหนี้ที่เกินตัว และเริ่มออมเงินเพื่อเกษียณในอายุที่มากแล้ว ในอนาคตเมื่อมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงต่อฐานะการเงินของประเทศ? ปัญหาการไม่รู้วิธีและไม่ตระหนักในการจัดการเงินเกิดขึ้นในประชาชนทุกระดับ และในทุกกลุ่มอาชีพ? การแก้ไขเพื่อยกระดับความรู้จึงต้องดำเนินการร่วมกันทุกองค์กร ให้เป็นนโยบายของประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กและคนวัยทำงาน ซึ่งในการประชุมนี้ OECD ได้ให้ข้อเสนอแนะทางนโยบายแก่ประเทศในเอเชีย ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำมาปฏิบัติ โดย ก.ล.ต. ได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาแล้วระยะหนึ่งและหวังเห็นทุกหน่วยงานจะเห็นความสำคัญและร่วมมือกันมากขึ้น?

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ?สาเหตุหลักที่ส่งผลให้การตัดสินใจในด้านการออมและการบริหารการใช้จ่ายไม่เป็นไปในทางที่ควรประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ ความยากจน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้กำกับดูแลด้านนโยบายพยายามเอาชนะให้ได้ เพราะเมื่อประชาชนยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานก็เป็นการยากที่จะหลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้ ต่อมาคือ กระแสบริโภคนิยม ที่มีอิทธิพลต่อความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคได้รับการกระตุ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ สำหรับสาเหตุประการสุดท้าย คือ การไม่เห็นความสำคัญของการจัดการการเงิน ทำให้การส่งเสริมความรู้ทางการเงินนั้นเกิดประสิทธิผลได้ไม่เต็มที่ แม้ว่าจะได้มีการจัดทำเนื้อหาขององค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และสื่อสารผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายก็ตาม

ในการสัมมนาครั้งนี้ได้มีการนำเสนอและอภิปรายร่างรายงาน ประกันอุบัติเหตุ
?นโยบายการให้ความรู้ด้านการเงินของประเทศในเอเชีย? ที่ OECD จัดทำจัดทำขึ้นจากการรวบรวมและประมวลข้อมูลที่ได้รับจากการตอบแบบสอบถามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร่างรายงานฉบับดังกล่าวแสดงถึง ภาพรวมของทิศทางและการพัฒนานโยบายการให้ความรู้ด้านการเงินของประเทศในเอเชีย รวมทั้ง ข้อกังวลและความท้าทาย ตลอดจนการตอบสนองเชิงนโยบายและริเริ่มของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลสำรวจของแต่ละประเทศ ได้นำมาสู่ข้อเสนอแนะต่อผู้กำหนดนโยบายของประเทศในเอเชีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของความริเริ่มเกี่ยวกับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินในประเทศของตนเอง ดังนี้?

??เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการวัดระดับความรู้และทัศนคติด้วยแบบสอบถามที่เป็นมาตรฐานเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายและนโยบายที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลและความคืบหน้าระหว่างประเทศหรือภูมิภาคได้
??กรณีสถาบันการเงินเข้ามาร่วมมีบทบาทในการให้ความรู้ทางการเงินกับประชาชน ควรติดตามดูแลในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วยการหลีกเลี่ยงการนำเสนอบริการทางการเงินของสถาบันการเงินดังกล่าวผ่านเนื้อหาหรือกิจกรรมให้ความรู้
??ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการบรรจุหลักสูตรความรู้ด้านการเงินในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังความรู้และสร้างวินัยทางการเงินแก่เยาวชน
??จัดให้มีหลักสูตรเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณและการจัดการเงินหลังเกษียณ
??ทำการประเมินผลสำเร็จและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นบทเรียนนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินการในอนาคต??

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาให้ความสนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ในเรื่องการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินทางออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่ OECD กำลังให้ความสนใจอยู่ในปัจจุบัน

Mr. Andre ‘ ประกันอุบัติเหตุ , Chair of the OECD International Network on Financial Education (INFE) กล่าวว่า การสัมมนานี้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคนี้ซึ่งมีประเด็นปัญหาและเป้าหมายทำนองเดียวกัน การดำเนินการสามด้านได้แก่ การให้ความรู้การเงิน การทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินและการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน หากทำร่วมกันอย่างเต็มที่จะทำให้เกิดความมั่นคงและเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจง เช่น บริการการเงินสำหรับบุคคลรายย่อย และธุรกิจขนาดกลางและเล็กยุทธศาสตร์ชาติต้องจัดทำบนข้อมูลที่ได้จากการสำรวจด้วยรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้เปรียบเทียบระหว่างประเทศได้จึงจะทำให้เกิดผล สิ่งที่จำเป็นตอนนี้คือ การให้ความรู้การเงินอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนวงกว้าง และเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้โดย ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำไปสู่ความสำเร็จในเรื่องนี้

ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 181 / 2557
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยุทธนา ลี้ไพโรจน์กุล กรณีประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.)

นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ?ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบพบว่า นายยุทธนา ลี้ไพโรจน์กุล ได้แสดงตนเป็นผู้รับบริหารเงินของลูกค้าและจัดการเงินทุนให้บุคคลอื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าเป็นสมาชิกและระดมเงินจากสมาชิกเพื่อนำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า ทั้งยังเสนอตนเป็น
ที่ปรึกษาการลงทุนที่สามารถให้คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ โดยทำเป็นทางค้าปกติ ผ่านทางเว็บบล็อก URL http://nateethong.bloggang.com และใช้นามแฝงว่า ?นธีทอง? โดยได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการดำเนินการดังกล่าวด้วย

เนื่องจากนายยุทธนาไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคล และประเภทที่ปรึกษาการลงทุน รวมทั้งไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การกระทำของนายยุทธนาจึงเป็นความผิด มีโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คือจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน และมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ดังนั้น ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษนายยุทธนาต่อ ปอศ. เพื่อดำเนินคดีต่อไป และขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับบุคคลดังกล่าวแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมไปยัง ปอศ. ที่โทรศัพท์ 0-2237-1199 เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนดำเนินคดีให้ถึงที่สุด?

นายวสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ?ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย มีทั้งการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมลงทุนทั้งในหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรืออ้างว่าสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนได้ โดยเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนจากการดำเนินการ และแอบอ้างว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่จำต้องได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อน จึงขอเตือนให้ประชาชนว่า
อย่าหลงเชื่อและตรวจสอบว่าผู้ชักชวนดังกล่าวได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือ ก.ล.ต. หรือไม่ ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th ภายใต้หัวข้อ License Check หากพบบุคคลที่น่าสงสัยว่าทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่ ก.ล.ต. ที่โทร. 1207 เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป?

ศาลอาญาพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิด 6 ราย กรณีจัดทำบัญชีหรือเอกสารเท็จและทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สินของ DAIDO
นศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2557 | ฉบับที่ 182 / 2557
ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษอดีตผู้บริหารบริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“DAIDO”) 3 ราย ได้แก่ (1) นายชิซิโร ฟูคูด้า (2) นายพิศาล จรัสเลิศรังษี (3) นางสาวกานต์ชนก หรือ ณัชพร ลิขิตศิริทรัพย์ หรือ รัสรินทร์ สุรพัฒนไพศาล ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร บันทึกบัญชีไม่ถูกต้องและไม่ตรงต่อความเป็นจริง และทุจริตเบียดบังทรัพย์สินของ DAIDO รวมทั้งผู้สนับสนุนอีก 3 ราย ได้แก่ (4) บริษัท บัดเจท แมเนจเมนท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด (5) นายมณเฑียร พงษ์เกียรติก้อง และ (6) นายชัย พงศ์ธนาวรานนท์ หรือนายกิตติวุฒิ อรรถวัฒนาถ

คดีนี้สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตผู้บริหาร DAIDO 3 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2548 ได้แก่ นายชิซิโร อดีตประธานกรรมการ นายพิศาล อดีตรองประธานกรรมการรับผิดชอบฝ่ายการเงินและฝ่ายบัญชี และนางสาวกานต์ชนก หรือ ณัชพร หรือ รัสรินทร์ อดีตรองประธานกรรมการ รับผิดชอบฝ่ายโครงการของบริษัท กรณีจัดทำบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริงและจัดทำเอกสารเท็จในงบการเงินของ DAIDO ประจำปี 2545 และงบการเงินประจำไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2546 ทำให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงินที่แท้จริงของ DAIDO ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และต่อมาพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการได้ขยายผลการสอบสวนและพิจารณาสั่งฟ้องผู้สนับสนุนเพิ่มเติมอีก 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท บัดเจท แมเนจเมนท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด นายมณเฑียรและนายชัย หรือนายกิตติวุฒิ รวมทั้งเพิ่มข้อหาทุจริต ยักยอก และปลอมแปลงเอกสารตามมาตรา 307 308 311 313 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ และมาตรา 264 268 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 ศาลอาญามีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 307 มาตรา 308 มาตรา 311 และมาตรา 312 (1) (2) (3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ และมาตรา 264 มาตรา 268 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ส่วนจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6 มีความผิดฐานสนับสนุนในการปลอมเอกสาร อย่างไรก็ดี เนื่องจากจำเลยทั้ง 6 รายให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล มีเหตุบรรเทาโทษ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยจำเลยที่ 1 มีความผิด 11 กระทง รวมจำคุก 12 ปี 66 เดือน และปรับ 1,507,500 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิด 9 กระทง รวมจำคุกรายละ 10 ปี 54 เดือน และปรับรายละ 1,256,000 บาท จำเลยที่ 4 มีความผิด 1 กระทง ปรับ 1,000 บาท จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6 มีความผิดรายละ 1 กระทง จำคุกรายละ 4 เดือน และปรับรายละ 1,000 บาท นอกจากนี้ ศาลได้พิเคราะห์พฤติการณ์การกระทำความผิด การบรรเทาผลร้ายภายหลังการกระทำความผิดและพฤติเหตุแวดล้อมแห่งคดีทุกทางแล้ว เห็นควรให้โทษจำคุกของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดรายละ 2 ปี

การตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนโดยผู้ลงทุนไม่ได้สั่ง และการไม่บันทึกการให้คำแนะนำและการรับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จากลูกค้าอย่างครบถ้วน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงสั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ราย {ก} เป็นเวลา 2 เดือน แต่เมื่อคำนึงถึงกรณีที่ บล. โกลเบล็ก ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แนะนำการลงทุนของ {ก} แล้วเป็นเวลา 1 เดือน จึงเหลือระยะเวลาพักการให้ความเห็นชอบอีกเป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2557

หมายเหตุ : ข้อ 20(2) และ ข้อ 20(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทลธ. 3/2555 เรื่อง การให้ความเห็นชอบบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อปฏิบัติหน้าที่วิเคราะห์การลงทุนและแนะนำการลงทุน ลงวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อ 23(2) และ 23(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่ใช้บังคับแทนประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทลธ. 3/2555

ก.ล.ต. กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมผู้ประเมินหลักสำหรับธุรกรรมในตลาดทุน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2557 | ฉบับที่ 134 / 2557

ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประเมินหลักสำหรับธุรกรรมในตลาดทุนรายใหม่ต้องผ่านการสอบวัดความรู้ และการสอบสัมภาษณ์จาก ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มคุณภาพและจำนวนบุคลากร และรองรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดทุนที่มีหลากหลายยิ่งขึ้น

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. กำหนดคุณสมบัติผู้ประเมินสำหรับธุรกรรมในตลาดทุนเพิ่มเติม โดยผู้ที่จะยื่นขอความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินรายใหม่ต่อ ก.ล.ต. จะต้องผ่านการสอบวัดความรู้ผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินสำหรับธุรกรรมในตลาดทุนที่จัดโดยศูนย์ทดสอบทักษะด้านการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ผ่านการทดสอบ และต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์จาก ก.ล.ต. เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้ประเมิน และเพิ่มจำนวนบุคลากรในตลาดทุนให้มากขึ้น รองรับความต้องการระดมทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดทุนที่เพิ่มจำนวนและหลากหลายขึ้น อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและส่งผลดีต่อเสถียรภาพของตลาดทุนโดยรวม

สำหรับผู้ประเมินที่เคยสอบผ่านการทดสอบความรู้จากสมาคมวิชาชีพเดิมตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2553 สามารถนำผลสอบมายื่นขอความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินหลักต่อ ก.ล.ต. ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ส่วนผู้ประเมินที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. แล้วและต้องการยื่นขอต่ออายุความเห็นชอบ บริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินต้นสังกัดจะต้องยื่นคำขอล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนวันสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ADAM ใช้สิทธิออกเสียงกรณีรายการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทที่เกี่ยวข้อง

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2557 | ฉบับที่ 135 / 2557

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้น ADAM ศึกษาข้อมูลการเข้าทำรายการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อย บริษัทร่วม และบริษัทที่เกี่ยวข้อง ก่อนใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 กันยายน 2557

ตามที่บริษัท อาดามัส อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“ADAM”) จะขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท อาดามัส เวิลด์ จำกัด บริษัท อาดามัส คอนซูเมอร์ จำกัด บริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท นิวส์ มัลติมีเดีย จำกัด บริษัท จี จี นิวส์ เนทเวิร์ค จำกัด รวมมูลค่า 9.46 ล้านบาท ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (“IFA”) มีความเห็นว่าผู้ถือหุ้นไม่ควรอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าว เนื่องจากการจำหน่ายธุรกิจทั้งหมดของ ADAM จะส่งผลให้บริษัทเข้าข่ายมีสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดในรูปเงินสด ซึ่งอาจเข้าข่ายถูกขึ้นเครื่องหมาย NP ก่อนจะถูกห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไป ซึ่งในกรณีดังกล่าว ADAM จะต้องดำเนินการให้มีธุรกิจใหม่ภายใน 12 เดือนตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ในปัจจุบัน ADAM ยังไม่มีความชัดเจนของแผนธุรกิจ จึงมีความเสี่ยงเรื่องคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนและการซื้อขายหุ้นของบริษัทในอนาคต ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นด้วยกับความเห็น IFA แต่เนื่องจากสิทธิในการพิจารณาอนุมัติเป็นของผู้ถือหุ้น จึงเสนอรายการดังกล่าวให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ

เนื่องจากรายการข้างต้นมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นบริษัทจดทะเบียนและการซื้อขายหุ้นของบริษัทในอนาคต และเป็นรายการที่ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ ใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นในการรักษาประโยชน์ของตนเอง และตั้งข้อซักถามผู้บริหารบริษัท เพื่อให้มีข้อมูลอย่างเพียงพอประกอบการตัดสินใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *