เกี่ยวกับเรา ประกันสะสมทรัพย์ ประกันชั่วระยะเวลา


เกี่ยวกับเรา ประกันสะสมทรัพย์ ประกันชั่วระยะเวลา ประกันตลอดชีพ ลดหย่อนภาษี ลดหย่อนภาษีสูงสุด ประกันบำนาญ ออมเงินระยะสั้น

สำนักงาน คปภ. โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความรู้ และสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย กับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) โดย พลตำรวจเอกอำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ทั่วประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่ และพนักงานของ บขส. ในเรื่องการประกันภัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของการสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินให้กับตนเองและครอบครัว อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีนโยบายเชิงรุกตามแผนพัฒนาการประกันภัยฉบับที่ 3 เพื่อเพิ่มบทบาทให้ระบบประกันภัยเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางรากฐานสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งนำเอาระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง สำนักงาน คปภ. จึงเล็งเห็นความสำคัญในการให้ความรู้ด้านประกันภัยกับหน่วยงานที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ของภาครัฐ ให้เข้าใจถึงระบบประกันภัยที่จะช่วยบริหารความเสี่ยงภัยอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความรู้ และสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย กับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

สำหรับกรอบความร่วมมือในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ.จะให้คำปรึกษาแนะนำด้านข้อมูล ข้อกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่ และพนักงานของ บขส. รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทั่วประเทศ ในส่วนของ บขส. จะร่วมมืออำนวยความสะดวกและให้การสนับสนุน สำนักงาน คปภ. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทั่วประเทศให้มีความรู้ ความเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากระบบการประกันภัย นอกจากนี้ ทั้งสำนักงาน คปภ. และ บขส. จะประสานความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทั่วประเทศ เห็นความสำคัญโดยใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงร่วมกันรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบระหว่าง สำนักงาน คปภ. กับ บขส. ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่นอกจากจะช่วยกันรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแล้ว ยังสามารถพัฒนารูปแบบของกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่แท้จริงของ บขส. ในอนาคตได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การทำ MOU ระหว่างสำนักงาน คปภ. กับบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางทั่วประเทศ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบประกันภัยจะเข้าไปช่วยลดความเสี่ยงภัยให้กับ บขส. ที่ให้บริการขนส่งมวลชนอย่างเป็นระบบและครบวงจร และยังเป็นการสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชนโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ประชาชนส่วนใหญ่ออกเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก ระบบประกันภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเยียวยาและรองรับความ เสี่ยงภัยให้กับประชาชนได้ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงาน คปภ. ได้มีการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยว อีกทั้ง ได้มีการดำเนินงานเชิงรุกทั้งการ ป้องปรามและการเยียวยา ซึ่งในการป้องปรามก็ได้มีการเพิ่มมาตรการกระตุ้นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยการออกคำสั่งนายทะเบียนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจร้อยละ 5-10 ให้กับรถยนต์ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV รวมถึงออกคำสั่งนายทะเบียนปรับแก้เงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายจราจรทางบก และเพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์มีความระมัดระวังและตระหนักถึงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่รถยนต์ในขณะเมาสุราหรือดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของการเยียวยาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุ เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสงกรานต์สุขใจ พลัส”หรือ “ประกันภัย 222” ที่ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 100,000 บาท และผลประโยชน์จากค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5,000 บาท ต่อปี โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 222 บาท ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัยได้อย่างครบถ้วน

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเกินความจุกักเก็บ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงหนุนสูง ลำน้ำสาขาสายหลัก ที่รองรับน้ำเกิดปัญหาเอ่อล้น เข้าท่วมหลายจังหวัดและขณะนี้ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม ที่น้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มทั้งพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สิน ตลอดจนพืชผลทางการเกษตรเป็นอย่างมาก

สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ขณะนี้ได้ส่งพนักงานลงไปในพื้นที่สำรวจความเสียหายของประชาชน และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานของทางจังหวัด และร่วมมือกับสมาคมวินาศภัยไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

จากการสำรวจพื้นที่จังหวัดสกลนคร พบว่ามีผู้ประสบภัย 6,858 ครัวเรือน จำนวน 25,799 คน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 23,331 ไร่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วเกษตรกรที่ทำประกันภัยข้าวนาปีซึ่งได้รับความเสียหาย สามารถเคลมความเสียหายได้ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี โดยติดต่อที่ ธกส. ในพื้นที่ ซึ่งจะมีระบบเชื่อมโยงไปถึงสมาคมประกันวินาศภัยไทย ส่วนทรัพย์สินที่เสียหาย รวมทั้งรถยนต์ที่จมน้ำ ทางจังหวัดได้มีการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วนจัดรถยกไปไว้ในที่ปลอดภัย โดยในส่วนของ สำนักงาน คปภ. ภาค และ สำนักงาน คปภ. จังหวัดในพื้นที่ได้ประสานงานกับทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยและชมรมประกันวินาศภัยเร่งรัดเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายแล้ว

นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้ สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) ภาค 4 (นครราชสีมา) และ ภาค 5 (อุบลราชธานี) บูรณาการในการทำงานร่วมกัน โดยเปิดเป็นศูนย์เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ รวมทั้ง สั่งการให้คณะทำงานช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประสานงานให้บริษัทประกันภัยสำรวจและสรุปรายงานความเสียหาย เพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้โดยเร็วต่อไป พร้อมทั้งให้รายงานให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. เพื่อประสานความร่วมมือด้านข้อมูลการจัดทำประกันภัยของผู้ประสบภัย ประสานงานการสำรวจภัย และการประเมินความเสียหาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อติดตาม เร่งรัด ให้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) หรือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทอื่นที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR)รวมถึงกรมธรรม์ประกันชีวิต สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 ที่เกษตรกรได้ซื้อไปแล้ว จะได้รับความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนักด้วย ซึ่งเกษตรกรจะได้รับวงเงินคุ้มครอง 1,260 บาท ต่อไร่ ขอให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบกรมธรรม์ด้วยว่าเป็นแบบใดและคุ้มครองเพียงใด ซึ่งหากมีข้อสงสัยให้ประสานงานกับบริษัทที่รับประกันภัยหรือ สายด่วน คปภ. 1186 โดยอย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างใดๆทั้งสิ้น

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถกระบะมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน กค 5315 นราธิวาส เสียหลักตกร่องกลางถนน บริเวณถนนหมายเลข 42 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะจ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 9 ราย นั้น

จากการตรวจสอบพบว่า รถคันเกิดเหตุได้ทำประกันภัยรถภาคบังคับไว้กับ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรมธรรม์เลขที่ 86230366-17NBK เริ่มคุ้มครอง 1 มิถุนายน 2560 และสิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ซึ่งทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิตจะได้รับค่าสินไหมทดแทน รายละ 300,000 บาท ยกเว้นผู้ขับขี่หากเป็นฝ่ายทำละเมิดจะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน รวมทั้งค่าชดเชยรายวัน สำหรับการพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลวันละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วัน ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้อานิสงส์ตามมาตรฐานราคากลางค่ารักษาพยาบาลที่มีการปรับปรุงใหม่ตามบัญชีแนบท้ายประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เรื่อง มาตรฐานกลางของรายการและจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่บริษัทประกันภัย หรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยต้องจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560

ดร.สุทธิพล กล่าวว่า “สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของ ผู้ประสบอุบัติเหตุ จึงได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดนราธิวาส และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสำนักงาน คปภ. ตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าผู้ประสบอุบัติเหตุได้มีการทำประกันชีวิต และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่ามีการทำประกันภัยไว้ สำนักงาน คปภ. จะประสานงานให้บริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป”

“อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ ถึงแม้ว่าจะมีความระมัดระวังในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนนี้อาจมีฝนตกหนักทำให้ถนนลื่น จึงมักเกิดอุบัติเหตุจากรถขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้น ฝากเตือนประชาชนให้ความสำคัญในเรื่องของการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง และถ้ามีกำลังซื้อ ขอให้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มเติม โดยเฉพาะรถสาธารณะที่ให้บริการประชาชนจำนวนมาก เพื่อจะได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้น ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยสามารถติดต่อมาที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการกล่าวในตอนท้าย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดเหตุเรือโดยสารท่องเที่ยวจมลงกลางทะเล บริเวณเกาะง่าม – เกาะกะโหลกในอ่าวชุมพร เขตอำเภอปทิว จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 โดยมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ 11 ราย และเสียชีวิต 5 ราย

ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 73 (พ.ศ.2549) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 กำหนดให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือสำหรับโดยสารต้องจัดให้มีการประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร ในเบื้องต้น สำนักงาน คปภ. ได้ทำการตรวจสอบพบว่าในขณะเกิดเหตุเรือลำดังกล่าวได้ทำประกันภัยคุ้มครองความรับผิดต่อผู้โดยสารไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตามกรมธรรม์เลขที่ 08628-1771/POL/000650-501 เริ่มระยะเวลาความคุ้มครอง 12 เมษายน 2560 สิ้นสุดวันที่ 12 เมษายน 2561 โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ (สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง) จำนวน 100,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน

“เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เกี่ยวกับเรา จากการประสานงานเบื้องต้นกับบริษัทผู้รับประกันภัยเกี่ยวกับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยของผู้โดยสารกรณีเสียชีวิตทั้ง 5 รายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้จะได้รับค่าสินไหมทดแทนรายละ 100,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทายาทผู้เสียชีวิตนำหลักฐานเข้ายื่นต่อบริษัทฯ เพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทน ซึ่ง คปภ.จะได้เร่งรัดให้ทางบริษัทฯดำเนินการจ่ายค่าสินไหมโดยเร็วต่อไป พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดชุมพร และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสำนักงาน คปภ. ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บได้มีการทำประกันชีวิต และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่ามีการทำประกันภัยไว้ สำนักงาน คปภ. จะเร่งประสานงานให้บริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป”

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมว่า สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดย สำนักงาน คปภ. จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ อยากจะฝากเตือนผู้ประกอบการเดินเรือ รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งมวลชนอื่นๆ ควรทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด และหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วยเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง และ ครบวงจร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคคลที่ชอบโทรศัพท์ชักชวนประชาชนผู้เอาประกันภัยให้เข้าร่วมโครงการบริหารกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยอ้างว่าเป็นการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ และบริหารกรมธรรม์ให้ฟรี เนื่องจากเป็นบริการหลังการขาย ซึ่งวิธีการดังกล่าว ผู้ชักชวนจะสร้างแรงจูงใจ โดยการอธิบายถึงสิทธิประโยชน์ที่จะเพิ่มขึ้น มีการเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่เป็นจำนวนเงินความคุ้มครองที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับภายหลังการให้บริการ แต่ไม่ได้มีการอธิบายถึงข้อเท็จจริง หรือสิทธิประโยชน์ที่ผู้เอาประกันภัยจะเสียไป เช่น สิทธิโต้แย้งในการยกเลิกกรมธรรม์ เงินคืนตามกรมธรรม์ประกันชีวิตเดิมที่จะได้รับ เงินปันผลอื่นๆ ตามสัญญาประกันภัย หรือถ้าเป็นสัญญาแนบท้ายประกันสุขภาพ ก็จะต้องมีการเริ่มนับระยะเวลารอคอยใหม่ รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ซึ่งพฤติกรรมของผู้ที่โทรศัพท์เพื่อชักชวนประชาชนผู้เอาประกันภัยในลักษณะนี้ส่วนใหญ่ ผู้ชักชวนจะมีการวิเคราะห์หรือการบริหารกรมธรรม์ โดยจะจบการสนทนาด้วยการแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยหยุดชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบสะสมทรัพย์ เพื่อต้องการที่จะให้ผู้เอาประกันภัยซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบใหม่ ดังนั้น สำนักงาน คปภ. ขอเตือนประชาชนผู้เอาประกันภัยพิจารณาให้รอบคอบ เพราะการชักชวนดังกล่าวมีการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่เป็นไปตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกสัญญากรมธรรม์เก่าเพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่ผู้เอาประกันภัยจะถูกคิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนจำนวนมาก ดังนั้นการชักชวนในลักษณะนี้จึงเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย

“กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีขายอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีกรมธรรม์ใดที่จะบริหารกรมธรรม์แล้วจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น แต่ผู้ชักชวนส่วนใหญ่อาศัยช่องว่างอัตราดอกเบี้ยมาเปรียบเทียบให้เห็นแต่ประโยชน์ที่จะได้รับ แต่กรมธรรม์ประกันภัยชีวิตเป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว การที่จะยกเลิก หรือหยุดชำระเบี้ยประกันภัยจะทำให้ผู้เอาประกันภัยเสียสิทธิประโยชน์มากกว่า”

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ สำนักงาน คปภ. กำลังตรวจสอบว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมโทรศัพท์ชักชวนผู้เอาประกันภัยดังกล่าวมีตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวอาจหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดประกาศ คปภ. เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยและการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตและธนาคาร พ.ศ. 2551 ซึ่งมีบทลงโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตามก่อนซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ขอให้ประชาชนศึกษาเงื่อนไข ความคุ้มครองก่อนซื้อ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตรงกับความต้องการ และความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย อย่ารีบตัดสินใจ

หากมีคำถามที่ไม่เข้าใจ หรือไม่แน่ใจ ควรรีบสอบถามผู้ขาย หรือ สำนักงาน คปภ. และที่สำคัญประชาชนควรเลือกซื้อประกันภัยผ่านตัวแทน หรือนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยสามารถตรวจสอบการมีใบอนุญาตได้ทางเว็บไซต์ของ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th หมวด E service และเมื่อมีการจ่ายเบี้ยประกันภัยต้องขอเอกสารแสดงการรับเงินทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยอย่างครบถ้วน หากมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. สายด่วน คปภ. 1186

เดือน ก.ค.นี้ ประเดิมสนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ว่า “ผู้ใดจะกระทำการเป็นตัวแทน/นายหน้าประกันภัยต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยจะต้องผ่านการสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยและผ่านการอบรมหลักสูตรที่สำนักงาน คปภ.กำหนด” ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าสู่อาชีพนายหน้าประกันภัย สำนักงาน คปภ. จึงได้เพิ่มรอบสอบที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จากเดือนละครั้ง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง โดยเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจสอบใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อรองรับปริมาณการสอบที่เพิ่มมากขึ้น และเพื่อเป็นการกำกับดูแลพฤติกรรมทางการตลาดของคนกลางประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับผู้ประสงค์จะสอบนายหน้าประกันภัยผ่านระบบคอมพิวเตอร์สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนสมัครสอบผ่านเว็บไซด์ของ สำนักงาน คปภ. (www.oic.or.th) หมวดบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครและสั่งพิมพ์ใบนำส่งเพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมสมัครสอบที่เคาน์เตอร์ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทุกสาขา โดยในวันที่สอบจะต้องนำหลักฐานการชำระเงินและบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงด้วย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมว่า สำนักงาน คปภ. ได้เปิดให้บริการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 2551 เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และเพื่อให้การสอบใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการดำเนินการสอบ ตลอดจนเพิ่มมาตรการในการป้องกันการทุจริตการสอบ อีกทั้งยังเป็นระบบที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์จะใช้กระบวนการสุ่มข้อสอบเพื่อจัดชุดข้อสอบให้กับผู้เข้าสอบแต่ละคน ทำให้ชุดข้อสอบของผู้เข้าสอบแต่ละคนไม่ซ้ำกัน และยังรวมไปถึงกระบวนการส่งข้อสอบไปยังสนามสอบต่าง ๆ ที่สามารถส่งข้อสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ไปให้ก่อนเวลาสอบเพียงไม่กี่ชั่วโมงและผู้สอบสามารถทราบผลได้ทันทีที่ส่งข้อสอบ

“สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพด้านการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งได้มีการศึกษาและพัฒนาระบบการให้บริการด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงระยะเวลาและขั้นตอนการบริการให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่สนใจเข้าสู่อาชีพนายหน้าประกันภัยอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้เน้นมาตรการในการป้องกันการทุจริตการสอบ โดยผู้เข้าสอบต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบอย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้เข้าสอบต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงตนก่อนเข้าห้องสอบเพื่อยืนยันตัวตนในส่วนของการปราบปรามการทุจริตการสอบที่ผ่านมา หากมีกรณีที่พบว่ามีการทุจริตสอบแทนกัน ได้มีการเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ตลอดจนตัดสิทธิการสอบไปหลายรายแล้ว

สำหรับจำนวนผู้ที่สนใจสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทน/นายหน้าประกันภัยทั่วประเทศในช่วง 2 ไตรมาสของปี 2560 (1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2560) มีจำนวนผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 167,793 ราย โดยแบ่งเป็นผู้สมัครสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 105,334 ราย ตัวแทนประกันวินาศภัย 4,007 ราย ลดลงร้อยละ 10.44 และนายหน้าประกันชีวิต 20,976 ราย นายหน้าประกันวินาศภัย 37,476 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า แม้อาชีพตัวแทนประกันชีวิตจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกๆปี แต่ทางสำนักงาน คปภ. ก็ยังคงคุมเข้มเรื่องมาตรฐานและจริยธรรมของตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันภัย โดยมิได้มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนในเชิงปริมาณอย่างเดียว แต่คุณภาพต้องเพิ่มขึ้นด้วย โดยได้มีการปรับปรุงข้อสอบ หลักสูตรการอบรมให้เข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งได้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับตัวแทน/นายหน้าที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบและก่อความเสียหายให้กับผู้บริโภค ดังนั้นประชาชนควรเลือกซื้อประกันภัยผ่านตัวแทน หรือนายหน้าประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนและการจ่ายเบี้ยประกันภัยต้องขอเอกสารแสดงการรับเงินทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน ทั้งนี้จะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยอย่างครบถ้วน หรือตรวจสอบผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th

>> เสริมความมั่นใจไปกับประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

ไม่ว่าอาชีพอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

เมืองไทยประกันชีวิตเข้าใจทุกความต้องการในแบบคุณ

*เฉพาะสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ พลัส หรือแบบ ดี เฮลท์ พลัส

สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ ต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์
เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

>> เสริมความมั่นใจด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย คุ้มครอง โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามต้องการตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 100,000,000 บาท สมัครได้ถึงอายุ 90 ปี* คุ้มครองสุขภาพยาว ๆ ต่อเนื่องถึงอายุ 99 ปี* พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างค่าเบี้ย เพศหญิงอายุ 35 ปี วันละไม่ถึง 59 บาท

เลือกความคุ้มครองสุขภาพ ดี เฮลท์ พลัส แผนความคุ้มครอง 5 ล้านบาท

โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบครั้งใดครั้งหนึ่ง และชำระเบี้ยประกันภัยรายปี

เลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย เลือกเมืองไทยประกันชีวิต

Whatever’s Next, MTL’s NEXT to You

พร้อมพัฒนาในทุกด้าน เพื่อก้าวเดินไปพร้อมคุณ

>> เสริมความมั่นใจไปกับ เหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า คุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง โรคระบาด โรคฝีดาษลิง โรคอุบัติใหม่ โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่ายครึ่งล้าน(1) เบี้ยวันละไม่ถึง 42 บาท(2)

ซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ ทั้งชดเชยรายวัน คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก OPD หรือคุ้มครองโรคร้าย Multiple CI ก็เลือกได้ตามใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาหรือสูญเสียรายได้หากต้องลาหยุด เลือกจ่ายแบบรายเดือนได้สบาย ๆ ตามที่ไหว

คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง 500,000 บาท(1)
ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน(1) และรับเพิ่ม 2 เท่า หากเข้าพักในห้อง ICU
คุ้มครองเยอะขนาดนี้ แต่จ่ายเบี้ยประกันภัยแบบสบายๆ เลือกจ่ายแบบรายเดือนก็ได้
ซื้อวันนี้ผ่อนค่าเบี้ยสบาย ๆ 0% นานสูงสุด 6 เดือน หรือรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

(1) สำหรับแผนความคุ้มครอง 3 โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง

(2) สำหรับผู้เอาประกันภัยเพศหญิง 30 ปี เลือกแผนความคุ้มครอง 3 และชำระเบี้ยประกันรายปี

โครงการเหมาจ่าย เอ็กซ์ตร้า เป็นชื่อทางการตลาดของสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพ แบบ เอ็กตร้าแคร์ (N)
ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด

เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
เงื่อนไขเป็นไปตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคารกำหนด
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *